ถึงคุณ ...

posted on 12 Dec 2009 22:08 by simplyordinary

" เลขหมายที่ท่านเรียก ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้ กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้งค่ะ

Sorry, the number you have dialed is not .....  "

 

จำไม่ได้ ว่าตั้งแต่เมื่อวานถึงวันนี้ ได้ยินประโยคนี้ไปแล้วกี่รอบ

จริงๆ ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้ยิน .. (ควรจะชิน?)

แต่ครั้งนี้มันต่างจากครั้งก่อน

มันเป็นการเงียบหายไปเลยถ้านับวันนี้ก็ 4 วันติดต่อกันพอ (อดคิดไม่ได้ว่ายังไม่ตายใช่มั้ย) 

 

การไม่มีใคร ... แล้วเหงา เหตุผลมันยังพอเข้าใจไหว

แต่ ...

การมีใครแล้วยังโครตเหงา ไม่รู้จะมีไปทำไม

 

จริงๆ มันก็ดี ที่มีเรื่องแบบนี้ มันมีช่องว่างให้ได้คิด

ว่าเรารู้สึกยังไง ยังไหวอยู่ใช่มั้ย

ถ้าคำตอบที่ได้ มันคือ "ใช่" ทั้งหมดก็ลุยต่อ (ถ้ายังมีแรง - -)

.

.

.

แค่หวังว่า คุณคงสบายดี

คงไม่ได้เป็นอะไรไป

คงแค่เพราะมือถือแฮงค์ (อีกแล้ว) แล้วยังไม่ได้ฟอร์แมท เพราะโปรแกรมฟอร์แมทอยู่ที่ออฟฟิศ

คงงานยุ่ง จนลืมนึกถึงว่ามีคนคอย ("ลืม" คำสั้นๆ ที่คนได้ยินเจ็บไม่ลืม)

คง ...

 

เราทำแบบที่บอกคุณบ่อยๆ คือการทำทุกวันให้ดีที่สุด

(แต่มันจะมีประโยชน์อะไร ถ้าทำอยู่คนเดียว >_<) 

ความสัมพันธ์แบบเรามันเปราะกว่าแบบไหนๆ 

เผื่อเรื่องของเรา มันไม่มีพรุ่งนี้ จะได้ไม่เสียใจ

 

เรื่องบางเรื่อง เราก็หาเหตุผลไม่ได้ ว่าทนเพื่ออะไร

รักใครสักคนว่ายากแล้ว เลิกรักใครสักคนยากกว่า 

รักเท่่าที่ไหว ... พูดง่าย ทำยากจัง 

 

ปล. ชอบชื่อเพลง กับเนื้อเพลงนี้เป็นการส่วนตัว 

วันที่เธอมีเขาข้างกัน ข้างกายของฉันว่างเปล่า มันเหงาจะขาดใจ

หมดเวลาไปกับการร้องไห้จนหมดแรงให้มันง่วงไป

ให้ผ่านคืนโหดร้อยไปอีกคืน ...

edit @ 12 Dec 2009 23:20:33 by O r d i n a r Y G i r L

ซะที

posted on 06 Dec 2009 19:21 by simplyordinary

สุดท้าย ... ก็ได้อัพบล็อกซะที 

 

พอเกิดเรื่องที่ไม่คาดฝัน มันก็อยู่ที่เราจะรับมือกับเรื่องที่เกิดขึ้นได้ดีแค่ไหน

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรัก เรื่องครอบครัว หรือเรื่องงาน

 

เรื่องความรัก ... ไม่มีอะไรเลวร้าย (หรือว่าชินก็ไม่รู้)

อะไรจะเกิด เดี๋ยวมันก็เกิด คิดแบบนี้มาเรื่อยๆ ตลอด 6 ปี

จนทุกวันนี้ ก็ไม่ได้เข้มแข็งขึ้น แต่ ...

พร้อมรับกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นตลอดเวลา

 

เรื่องครอบครัว ... อันนี้ happy ตลอดเวลา

เป็นไปได้ ขอเกิดมาเป็นลูกป๊า ม้า ทุกๆชาติ 

 

มาถึง hi-light  ของชีวิตตอนนี้ เรื่องงาน

เมื่ออาทิตย์ก่อนโน้น เพิ่งได้ Termination Letter

แม้จะรู้เรื่องราวของบริษัทมาตลอด

แต่วินาที ที่ได้จดหมาย มันใจหายเหมือนกันแฮะ

ไม่ได้เสียใจ ... แค่รู้สึกว่ามันจบจริงๆซะที

 

เราเป็น 1 ใน 9 คนที่ได้ ความแปลกคือไม่มีใครเสียใจ

แต่กลับรู้สึกเหมือนๆกันว่า อืม... จบซะที

ไม่ต้องทำงานถวายชีวิต เพื่อที่นี่อีกต่อไป

 

ใครๆ ก็บอกว่าในวิกฤต ย่อมมีโอกาส

ในวิกฤตนี้ ทำให้เราได้รู้ว่า

- ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร เพราะตอนนี้คนที่เป็นศัตรูกับเรามาตลอดกลับแสดงออกว่ารักเราเหลือเกิน (เพื่ออะไรวะ กูไม่ใช่ปลาทอง ที่ว่ายวนไปมา แล้วจำไม่ได้ว่า มึงทำไรกับกูไว้บ้าง)

- เพื่อนแท้ในที่ทำงาน มีจริง ... แม้มันจะมีเหลือแค่ 2 คน แต่ก็โครตภูมิใจ ที่มี (วันสุดท้ายของพี่เค้าคือวันที่ 27 พฤศจิ เราเดินไปส่งเค้าที่รถ เค้าบอกแค่ว่า เราไม่ต้องลากันนะ เพราะเดี๋ยวเราก็เจอกันอีก )

- เพื่อนแท้จากโลกไซเบอร์ ก็มีจริงเช่นกัน (มันตื่นเต้นมากกว่าเราที่โดนเลิกจ้างอีก )

 

"มันเป็นเรื่องดีล้วนๆ" สำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้ เพื่อนคนนึงบอกมา

การได้หลุดออกมา จากที่ๆ เอาเปรียบเราไปซะทุกอย่าง ไม่มีอะไรต้องเสียใจ

สิ่งดีๆ รออยู่ข้างหน้าเต็มไปหมด

 

แม้จะเห็นด้วย ที่มันเป็นเรื่องดี ...

แม้จะบอกตัวเองทุกวัน ว่ามันเป็นเรื่องดี ... แต่บางทีหัวใจมันก็ไม่ค่อยจะเชื่อสิ่งที่สมองสั่งแฮะ ขอเวลาอีกแป๊บบบบบบ ละกันนะ 

 

ปล. เอ็นทรี่นี้อาจจะ งงๆ พยายามอ่านหน่อยละกันนะ 

 

Special thanks to Talt ... How lucky I am to have a great friend like you in my life   

 

 

edit @ 6 Dec 2009 20:26:13 by O r d i n a r Y G i r L

เปลี่ยน

posted on 10 Jun 2009 09:33 by simplyordinary

เปลี่ยน ...

 

เปลี่ยนตำแหน่งใหม่

เปลี่ยนนายใหม่

เปลี่ยนโต๊ะทำงานใหม่

เปลี่ยนห้องทำงานใหม่ (ห้องที่ใครๆเรียกว่าห้องแห่งความลับ )

 

ไม่รู้ว่าการเปลี่ยรครั้งนี้ จะดีร้ายแค่ไหน

แต่เท่าที่รู้ตอนนี้ คืองานยุ่งมากขึ้น

หัวหน้าเก่าเกรงใจเรามากขึ้น

หัวเราะได้มากขึ้น

 

เราได้ฟังเพลงแบบออกลำโพง (หัวหน้าเก่าเราไม่อนุญาตข้อนี้)

เราได้เปลี่ยนมาใช้ wireless (เก๊ เก๋เนอะ)

เราได้แต่งตัวสบายขึ้น (หัวหน้าเก่าไม่อนุญาตให้ใส่สีดำ ขาว เทา  แต่เราก็ใส่ประจำ 555 )

 

 

เราเคยทำงานกับนายคนปัจจุบันเมื่อ 2 ปีก่อน

เมื่อ 2 ปีก่อน เค้าโมโหร้ายยังไง วันนี้ก็ยังเป็นอย่างงั้น

เมื่อ 2 ปีก่อน เค้าให้เกียรติเรายังไง วันนี้ก็เป็นอย่างงั้น

เมื่อ 2 ปีก่อน เรากลัวเค้ายังไง วันนี้เราไม่กลัวเค้าเหมือนเดิมแล้วแฮะ

เรากล้าถาม กล้าคุย กล้าแย้ง

อืมมมมมมม เวลาผ่าน ความคิดเปลี่ยน คงเป็นเรื่องจริง

เราบอกตัวเองทุกวัน ว่าต้องทำได้

 

 

edit @ 10 Jun 2009 09:43:16 by O r d i n a r Y G i r L

edit @ 10 Jun 2009 09:43:49 by O r d i n a r Y G i r L